ขั้นตอนการขอไฟเกษตรเข้าสวน เพื่อใช้ในการเกษตร ขอได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการขอไฟเกษตรเข้าสวน เพื่อใช้ในการเกษตร ขอได้ง่ายขึ้น

ไฟเกษตรที่เราจะกล่าวถึงกันต่อไปนี้ ก็คือ ไฟฟ้าที่เราจะขอมาเพื่อใช้ทำการเกษตรใรที่ดินของเรา โดยเราต้องทำการขอเพื่อเข้าร่วมโครงการก่อน

หากเรามีที่ดินเปล่าที่ต้องการจะทำสวน ไร่นา มีความจำเป็นอ ย่ า งมากที่ที่ดินผืนนั้นต้องมีไฟฟ้าใช้ เพราะการทำเกษตรมีหลายส่วนที่เราต้องใช้ไฟฟ้าประกอบการเพาะปลูก แม้จะดูเป็นวิธีที่ยุ่ง ย า กไปสักหน่อย แต่เมื่อเราสามารถขอไฟฟ้าเข้ามาใช้ในที่ดินของเราได้แล้ว หลังจากนั้นก็จะเป็นความสะดวกสบาย ในการทำสวนทำการเกษตรต่อไป

1 ที่ดินต้องระบุได้ว่าอยู่ตรงส่วนใด อีกทั้งไม่เป็นเขตพื้นที่หวงห้าม หรือมีการรุกล้ำเข้าไปในเขตสงวน หรือเป็นพื้นที่ของราชการ โดยต้องได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ

2 ที่ดินที่ต้องการขอไฟเกษตร ต้องได้รับการยืนยันขนาด ประเภทกิจก ร ร ม การผลิตทางเกษตร โดยได้รับการรับรองอ ย่ า งเป็นทางการ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ

3 เป็นพื้นที่ที่มีเส้นทางสาธารณะ หรือรถสามารถวิ่งผ่ า นได้อ ย่ า งสะดวก

4 มีการระบุที่มาของแหล่งน้ำที่จะใช้ทำการเกษตรชัดเจน เช่น จากคลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดิน หรือนำพามาจากส่วนใด

5 พื้นที่ต้องสามารถก่อสร้างได้ด้วยวิธีการปักเสาพาดสายไฟได้ เพื่อสะดวกต่อการต่อไฟฟ้าเข้าไปยังพื้นที่ที่ขอไฟเกษตร

6 ผู้ขอต้องมีเอก ส า ร และหลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร ซึ่งต้องไม่ใช่ที่ดินถือครองโดยเอกชนรายใหญ่

7 ค่าใช้จ่ายในการข ย า ยเขตจะเฉลี่ยอยู่ที่ รายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขายเขตทั้งหมด

8 ในการออกใบแจ้งหนี้จากมิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องสามารถแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1 ได้ และมิเตอร์ทั้ง 2 เครื่องนี้ ต้องอยู่ในเขตพื้นที่การไฟฟ้าเขตเดียวกัน

9 พื้นที่ที่ขอไฟเกษตรต้องเป็นเกษตรรายย่อย และมีการขอติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 15 (45) แอมป์ ต่อ 1 ราย

เอก ส า ร ที่ต้องเตรียม

– สำเนาโฉนดที่ดิน

– สำเนาทะเบียนบ้าน

– สำเนาบัตรประชาชน

– ใบรับรองที่ได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ

อัตราค่าธรรมเนียมการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5 (15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

15 (45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท

15 (45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

เรื่องเล่าจากการขอไฟเกษตร

เริ่มต้นด้วยตัวผู้เล่ามีพื้นที่ผืนนึง และเขามีใจรักที่จะทำการเกษตรอินทรีย์มาก เขาประสบความสำเร็จจากการปลูกพืชพันธุ์บนพื้นที่มากมายหลายชนิด โดยการใช้น้ำจากการเ จ า ะบ า ด าล

แต่ก่อนที่พื้นที่ของเขาจะเป็นรูปเป็นร่าง อ ย่ า งแรกที่เขาเริ่มปลูกเลยก็คือ ผลไม้ เพราะบ้านที่พักอาศัยของเขาไกลจากพื้นที่เกษตรประมาณ 10 กม. และเดินทางได้ลำบาก การปลูกผลไม้นั้นไม่ต้องคอยดูแลทุกวันเหมือนการปลูกพืชผัก

และนี่เป็นจุดทำให้เขาอ ย า กจะสร้างบ้านในพื้นที่เกษตรผืนนี้ จึงเป็นที่มาของการขอไฟเกษตรมาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวก และใช้ในการเกษตรด้วย

การขอบ้านเลขที่ที่พักในพื้นที่เกษตร

เพื่อให้เป็นกิจลักษณะ การสร้างบ้านในพื้นที่เกษตรนั้น ควรขอเลขที่บ้านมาด้วย โดยเริ่มจากการสร้างสิ่งปลูกสร้างเอาไว้อ ย่ า งถาวร ไม่ว่าจะเป็นเพิงพัก หรือบ้านที่อยู่อาศัย สิ่งที่ต้องมีเพื่อแสดงว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรก็คือ ห้องน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในการจะขอเลขที่บ้าน เมื่อเราสร้างบ้านพักอาศัยเสร็จแล้ว ก็ให้ถ่ายภาพโดยรอบให้ละเอียด อ ย่ า ลืมในส่วนของห้องน้ำเพื่อไปแสดงว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรด้วย

เมื่อเราได้รูปบ้านโดยละเอียดแล้ว ก็ให้เอาไปยื่นกับทางอนามัยในพื้นที่ ซึ่งจะตรวจเช็คและออกเอก ส า ร รับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะมาให้ แล้วเราก็ใช้เอก ส า ร ฉบับนั้น ไปยื่นอให้กับผู้ใหญ่บ้านเพื่อออกเอก ส า ร ขอบ้านเลขที่ จากนั้นนำเอก ส า ร ทั้งหมดที่ได้ไปยื่นที่ว่าการอำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอลงทะเบียนสำเนาเลขที่บ้านต่อไป เพียงเท่านี้เราก็จะได้ทะเบียนบ้านตัวจริง เพื่อมาแสดงถึงความมีอยู่ของบ้านในพื้นที่การเกษตรของเรา

เอก ส า ร ที่ได้มาทั้งหมดนี้ จะต้องเริ่มจากที่ดินการเกษตรที่ได้ขอไฟเกษตรเข้ามาใช้เรียบร้อยแล้ว และการที่เรามีทั้งโฉนดที่ดินและเลขที่บ้าน จะทำให้เวลาที่เราขายที่ดินผืนนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก เพราะยิ่งเวลาผ่ า นไปมากเท่าไหร่ ที่ดินก็มีแต่จะราคาสูงขึ้น

สังเกตุจากคนสมัยก่อนก็มักจะหาซื้อที่ดินเอาไว้เพาะปลูก และทำการเจาะน้ำขอไฟ ปลูกบ้านพักอาศัย แล้วจึงนำมาขายต่ออีกทีหนึ่ง ปัจจุบันเป็นเศรษฐีให้เห็นกันนักต่อนัก

ขอขอบคุณที่มา Parinyajai

Related posts

Leave a Comment