ล้างคราบราขอบ ย า งตู้เย็น ด้วยของในครัว เหมือนได้ตู้เย็นใหม่

ล้างคราบราขอบ ย า งตู้เย็น ด้วยของในครัว เหมือนได้ตู้เย็นใหม่

การทำความสะอาดตู้เย็นส่วนใหญ่ สิ่งที่เรามักจะให้ความสำคัญเลยก็คือ ภายในตู้เย็น เรามักจะถอดชั้นหรือชิ้นส่วนเพื่อนำออกมาล้าง และใช้ฟองน้ำชุบน้ำผสมน้ำ ย า ล้างจาน หรือน้ำ ย า ทำความสะอาด เช็ดถูภายในตู้เย็นให้เกลี้ยง จากนั้นเราก็จะใส่ชิ้นส่วนต่างๆที่เราถอดออกมากลับที่เดิม แค่นี้ตู้เย็นก็จะสะอาด

แต่นั่นคือความสะอาดที่แท้จริงหรือ เราได้ลืมอะไรกันไปหรือเปล่า จะบอกให้เลยก็ได้ว่า สิ่งที่เราลืมกันไปทุกครั้ง นั่นก็คือ บริเวณขอบ ย า งตู้เย็น พอรู้ตัวอีกที ขอบ ย า งเหล่านั้นก็สกปรก มีคราบราเป็นรอยดำติดอยู่เสียแล้ว การเช็ดทำความสะอาดอาจจะทำได้ แต่สิ่งที่หลงเหลือยู่คือสปอร์ของเชื้ อ รา ซึ่งจะเป็นการเพาะเชื้ อ ขึ้นมาใหม่ อีกทั้งยังสามารถปลิวไปติดอาหารที่อยู่ในตู้เย็นได้ด้วย

เชื่อไหมว่า แค่ของที่มีอยู่ในบ้าน สามารถที่จะช่วยขจัดปัญหาตรงส่วนนี้ได้อ ย่ า งชะงัก ก่อนที่เราจะมาทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ถอปลั๊กตู้เย็น เพื่อป้องกันไฟดูดระหว่างทำความสะอาด

1 แอลกอฮอล์ล้างแ ผ ล

สิ่งนี้เรามีติดบ้านกันเอาไว้อยู่แล้ว ให้เทแอลกอฮอล์ 150 มิลลิลิตรลงในภาชนะขนาดพอดี ต่อมานำสำลีหรือทิชชู่มาพันส้อมตรงส่วนที่ใช้ เอาไปชุบแอลกอฮอล์ที่เทแบ่งออกมาไว้ก่อนแล้ว จากนั้นนำไปเช็ดตามร่องขอบ ย า งประตูตู้เย็นให้ทั่ว ลักษณะที่แบนแหลมของส้อม จะสามารถซอกซอนได้แม้แต่ช่องเล็กๆแคบๆ แค่นี้ก็ช่วยกำจัดปัญหาเรื่องเชื้ อ ราไปได้มาก

2 น้ำส้มสายชู + น้ำ ย า ซักผ้า

ก่อนอื่นให้เราหาผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดทำความสะอาดก่อน 1 รอบ แล้วผสมน้ำส้มสายชู 200 มิลลิลิตรกับน้ำ ย า ซักผ้า 1/2 ฝา นำผ้าอีกผืนมาชุบส่วนผสมที่ได้ นำไปเช็ดให้ทั่วตามบริเวณที่เป็นเชื้ อ รา ไม่ว่าจะเป็นขอบ ย า งประตู หรือภายในตู้เย็น เมื่อคราบเชื้ อ ราออกจนหมดแล้ว ก็ให้นำผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดทำความสะอาดอีกรอบหนึ่ง ตามด้วยผ้าแห้งก็เป็นอันเสร็จ

3 ย า สีฟั น

ให้นำ ย า สีฟั น ป้ายลงไปบนคราบเชื้ อ ราได้เลย แล้วทิ้งเอาไว้ 5 นาที เมื่อครบเวลาก็นำผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดทำความสะอาดคราบเชื้ อ ราออก คราบราจะหลุดออกมาง่ายมากๆ หากยังไม่สะอาดหมดจด ก็ให้ทำซ้ำจนกว่าจะพอใจ ต่อมาก็นำผ้าแห้งมาเช็ดเพื่อให้สะอาดยิ่งขึ้น

วิธีจัดการปัญหาตู้เย็น

1 ป้องกันเชื้ อ ราขึ้นขอบ ย า ง

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชื้ อ ที่ขอบ ย า งตู้เย็น ให้ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำ แล้วเอาผ้ามาชุบส่วนผสมที่ได้ นำไปเช็ดลงบนขอบ ย า งตู้เย็นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม แค่นี้เชื้ อ ราก็จะไม่มาเกาะขอบ ย า งอีก และยังช่วยขจัดกลิ่นอับบนขอบ ย า งได้ด้วย

2 ตัวช่วยดูดกลิ่นในตู้เย็น

เมื่อเรานำอาหารมาแช่ไว้มากๆ กลิ่นก็มักจะตลบอบอวลตีกันไปหมด ให้เราใช้ผงกาแฟหรือกากกาแฟ เบกกิ้งโซดา ถ่านหุงต้ม กระดาษทิชชู่ เลือกเอาที่มีอยู่แล้วในบ้านจะได้ช่วยประหยัด นำใส่ภาชนะเล็กๆแล้วเอาไปไว้ในตู้เย็น (ส่วนทิชชู่เอาไว้ทั้งม้วนได้เลย) สิ่งเหล่านี้แหละที่จะช่วยดูดกลิ่นภายในตู้เย็นได้

3 ขจัดกลิ่นเหม็นภายในตู้เย็น

หากเป็นกลิ่นที่เหม็นฉุนมากจนเกินไป ให้ผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 1/4 ถ้วยตวง นำผ้ามาชุบส่วนผสมที่ได้ แล้วนำไปเช็ดให้ทั่วภายในตู้เย็น ไม่ว่าจะเป็นชั้นวาง หรือช่องใส่อาหารต่างๆ ก็จะช่วยขจัดกลิ่นเหม็นได้ดี อีกทั้งยังช่วยขจัดเชื้ อ ราและแบคทีเรียไปพร้อมๆกัน

4 ดูดกลิ่นผักเหม็นเขียว

ผักบางชนิดมีกลิ่นที่รุ น แ ร ง มาก ให้นำกระดาษสีน้ำตาลมาขยำเป็นก้อน (หากไม่มี จะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ก็ได้) เอาไปใส่ไว้ในช่องผักร่วมกับการแช่ผัก กระดาษจะช่วยดูดซับกลิ่นเหม็นเขียวของผักได้ดีมากๆ อีกทั้งยังช่วยคงความสดของผักไว้ได้นานขึ้นด้วย

5 เพิ่มกลิ่นหอมในตู้เย็น

ถ้าใครอ ย า กได้กลิ่นหอมทุกครั้งที่เปิดตู้เย็นแล้วล่ะก็ ให้เลือกน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบมาหนึ่งกลิ่น แล้วเอาสำลีไปชุบกับน้ำมันหอมระเหยนั้น นำไปแช่เอาไว้ในตู้เย็น แค่นี้ก็จะมีกลิ่นหอมโชยออกมาทุกครั้งที่เปิดตู้เย็นแล้ว ถ้ากลิ่นเริ่มจางหายไป เราก็แค่เปลี่ยนเอาสำลีอันใหม่มาแทนแค่นี้เอง

เพราะตู้เย็นเป็นแหล่งเก็บอาหารที่เราต้องเอาเข้าสู่ร่างกาย เราจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดเอามากๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเชื้ อ ราหรือแบคทีเรีย ก็สามารถทำให้เราป่วยเป็นโ ร ค ได้ ถึงเราเอาอาหารเหล่านั้นไปผ่ า นความร้อนมาแล้ว แต่เชื้ อ โ ร ค บางตัวก็ไม่ได้หายไปไหน เราจึงควรระวังเอาไว้มากๆ และต้องใส่ใจ แม้จะเป็นรายละเอียดเพียงนิดเดียว

Related posts

Leave a Comment